หลักสูตรที่บทความนี้ครอบคลุมคือหลักสูตร CISA ใหม่ ระดับ Foundation Knowledge ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ผู้สอบผ่านจะได้คุณวุฒิ AISA (Accredited Investment Securities Analyst) ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 180 ข้อ สอบด้วยคอมพิวเตอร์ นาน 5 ชั่วโมง แบ่งเป็นสองช่วง เกณฑ์ผ่านคือคะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 70% และกลุ่มวิชาจรรยาบรรณและมาตรฐานการปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่า 70% แยกจากกัน เนื้อหาแบ่งเป็น 3 กลุ่มวิชา โดยกลุ่มวิชาที่ 3 (การวิเคราะห์หลักทรัพย์และการบริหารกลุ่มสินทรัพย์ลงทุน) มีน้ำหนักรวมมากที่สุด รายละเอียดในบทความอ้างอิงคู่มือทดสอบและเอกสารวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (LOS) ฉบับทางการของ SET
คุณวุฒิ AISA อยู่ตรงไหนของหลักสูตร CISA
หลักสูตร CISA เป็นหลักสูตรทดสอบของ SET ที่พัฒนาความรู้ด้านการวิเคราะห์และบริหารการลงทุน ระดับ Foundation Knowledge คือระดับแรก ผ่านแล้วได้คุณวุฒิ AISA ส่วนระดับ Advanced Knowledge ผ่านแล้วได้คุณวุฒิ CISA เต็ม
หลักสูตร Certified Investment and Securities Analyst (CISA) มุ่งพัฒนาความรู้ด้านการวิเคราะห์การลงทุน การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน รวมถึงการปฏิบัติงานตามหลักปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณ SET ระบุว่าโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรสามารถเทียบเคียงได้กับคุณวุฒิ CFA ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
โครงสร้างการทดสอบแบ่งเป็นสองระดับ คือระดับ Foundation Knowledge และระดับ Advanced Knowledge ผู้สอบผ่านระดับ Foundation ได้คุณวุฒิ AISA ผู้สอบผ่านระดับ Advanced ได้คุณวุฒิ CISA บทความนี้เน้นเฉพาะระดับ Foundation เท่านั้น
กลุ่มเป้าหมายที่ SET ระบุ ได้แก่ ผู้ที่สนใจเข้าสู่สายวิชาชีพนักวิเคราะห์การลงทุนและผู้จัดการกองทุน ผู้แนะนำการลงทุน (IC) หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการวิเคราะห์การเงินและการลงทุนเชิงลึก ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ ระดับ Foundation คือก้าวแรกที่ต้องวางให้แน่น
- ระดับ Foundation Knowledge = คุณวุฒิ AISA
- ระดับ Advanced Knowledge = คุณวุฒิ CISA
- บทความนี้อ้างอิงคู่มือทดสอบฉบับปี 2564 Version 1 และเอกสาร LOS ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ของ SET
เอกสารอ้างอิง: เกี่ยวกับคุณวุฒิ CISA — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — https://www.set.or.th/th/education-research/education/professional/cisa/certificate-cisa; SET: CISA Foundation learning outcomes, February 2026 (คู่มือทดสอบหลักสูตร CISA ใหม่ ระดับ Foundation Knowledge และ LOS) — https://media.set.or.th/set/Documents/2026/Feb/LOS_CISA-Foundation.pdf
รูปแบบการทดสอบและเกณฑ์การผ่านสองชั้น
ข้อสอบเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก 180 ข้อ คะแนนเต็ม 180 คะแนน สอบด้วยคอมพิวเตอร์ในลักษณะ Comprehensive นาน 5 ชั่วโมง แบ่งเป็นช่วงเช้า 100 ข้อ (2 ชั่วโมง 30 นาที) และช่วงบ่าย 80 ข้อ (2 ชั่วโมง) เกณฑ์ผ่านคือคะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 70% และกลุ่มวิชาที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 70% แยกกัน
โครงสร้างข้างต้นมาจากคู่มือทดสอบหลักสูตร CISA ใหม่ ระดับ Foundation Knowledge ฉบับทางการของ SET ประเด็นที่ต้องย้ำที่สุดคือเกณฑ์ผ่านไม่ได้ดูแค่คะแนนรวม คู่มือกำหนดให้ผ่าน 70% ของคะแนนรวม และต้องได้ 70% ของกลุ่มวิชาที่ 1 (จรรยาบรรณและมาตรฐานการปฏิบัติงาน) ด้วยแยกกัน
ตัวอย่างการคำนวณเกณฑ์: คะแนนเต็ม 180 คะแนน 70% เท่ากับ 126 คะแนน นี่คือเพดานขั้นต่ำของคะแนนรวม แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียว ถ้าคุณได้คะแนนรวมเกิน 126 แต่กลุ่มวิชาจรรยาบรรณต่ำกว่า 70% ของข้อสอบกลุ่มนั้น คุณยังไม่ผ่านการทดสอบ
ข้อสรุปเชิงแผนที่ตามมาคือ อย่าปล่อยกลุ่มวิชาที่ 1 ให้เป็นเนื้อหาอ่านเร็วตอนท้าย เพราะน้ำหนักของกลุ่มนี้ต่ำที่สุดในสามกลุ่ม แต่มีเกณฑ์ผ่านของตัวเอง การอ่านจรรยาบรรณให้ถึงระดับตอบข้อสอบได้จริงเป็นเงื่อนไขบังคับ ไม่ใช่ทางเลือก
ด้านรอบการทดสอบ คู่มือระบุว่าระดับ Foundation จัดสอบทุกไตรมาส ส่วนค่าธรรมเนียมสอบ วันสอบ และสถานที่ ยังไม่ยืนยันตัวเลขปัจจุบันจากเอกสารที่บทความนี้อ้างอิง ให้ตรวจสอบจากหน้าหลักสูตรของ SET โดยตรงก่อนวางแผนสมัคร
- รูปแบบ: Computer-based ในลักษณะ Comprehensive
- 180 ข้อ ปรนัย 4 ตัวเลือก คะแนนเต็ม 180 คะแนน
- ช่วงเช้า 100 ข้อ ใน 2 ชั่วโมง 30 นาที / ช่วงบ่าย 80 ข้อ ใน 2 ชั่วโมง
- ผ่าน: 70% ของคะแนนรวม และ 70% ของกลุ่มวิชาที่ 1 แยกกัน
- รอบสอบระดับ Foundation: ทุกไตรมาส (ตรวจกำหนดการล่าสุดจาก SET)
น้ำหนักเนื้อหาแต่ละวิชา
เนื้อหาแบ่งเป็น 3 กลุ่มวิชา กลุ่มวิชาที่ 3 มีน้ำหนักรวมสูงสุดราวครึ่งหนึ่งของข้อสอบ โดยวิชาตราสารทุนเดี่ยวมีน้ำหนัก 16–18% มากที่สุด ส่วนกลุ่มวิชาที่ 1 แต่ละวิชามีน้ำหนักเพียง 4–6% แต่มีเกณฑ์ผ่านแยก
ตารางด้านล่างคัดมาจากคู่มือทดสอบฉบับทางการของ SET ให้ใช้ตัวเลขนี้จัดสรรเวลาอ่าน วิชาที่น้ำหนักสูง เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ควรได้สัดส่วนเวลามากกว่าวิชาน้ำหนักต่ำเสมอ
อ่านตารางให้ครบสามมิติ: น้ำหนักรายวิชา น้ำหนักรวมของกลุ่ม และเกณฑ์ผ่านแยกของกลุ่มวิชาที่ 1 กลุ่มวิชาที่ 3 รวมกันประมาณ 50–60% ของข้อสอบ คือแหล่งคะแนนหลัก ขณะที่กลุ่มวิชาที่ 1 รวมกันราว 12–18% แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 70% จึงจะผ่านการทดสอบทั้งฉบับ
| กลุ่มวิชา | วิชา | น้ำหนัก (%) |
|---|---|---|
| ที่ 1: จรรยาบรรณและมาตรฐานการปฏิบัติงาน | มาตรฐานและจรรยาบรรณการปฏิบัติวิชาชีพด้านการวิเคราะห์การลงทุน | 4–6 |
| มาตรฐานสากลด้านการวัดผลการดำเนินงานการลงทุน (GIPS) | 4–6 | |
| เกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการวิเคราะห์การลงทุน | 4–6 | |
| ที่ 2: เครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์การลงทุน | หลักการลงทุน | 7–9 |
| การวิเคราะห์งบการเงิน | 10–12 | |
| พื้นฐานการเงินธุรกิจ | 10–12 | |
| ที่ 3: การวิเคราะห์หลักทรัพย์และการบริหารกลุ่มสินทรัพย์ลงทุน | การวิเคราะห์การลงทุนในตราสารทุน | 16–18 |
| การวิเคราะห์การลงทุนในตราสารหนี้ | 11–13 | |
| การวิเคราะห์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า | 11–13 | |
| การวิเคราะห์การลงทุนในกองทุนรวม | 2–4 | |
| การบริหารกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน | 10–12 |
จุดเน้นของแต่ละกลุ่มวิชาตามเอกสาร LOS
เอกสารวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (LOS) ของ SET ระบุหัวข้อและระดับทักษะที่ทดสอบของแต่ละวิชา ควรดาวน์โหลดฉบับเต็มแล้วใช้เป็นแผนที่อ่าน ส่วนหัวข้อสำคัญที่ปรากฏชัดมีดังนี้
กลุ่มวิชาที่ 1: วิชาจรรยาบรรณอ้างอิงหนังสือ Standards of Practice Handbook ฉบับแปลภาษาไทยของ CFA Thailand LOS กำหนดให้แยกแยะพฤติกรรมที่เป็นไปตามจรรยาบรรณกับที่ไม่เป็น เปรียบเทียบมาตรฐานของ CFA Institute กับมาตรฐานของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ใช้ในไทย และประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ วิชามาตรฐานวัดผลการดำเนินงาน (GIPS) อ้างอิงตำราของ TSI บทที่ 1 ถึง 2 ครอบคลุมแนวคิด ข้อกำหนดการคำนวณ การสร้าง Composite การเปิดเผยข้อมูล และการรับรองการนำเสนอผล
กลุ่มวิชาที่ 2: วิชาการวิเคราะห์งบการเงินในเอกสาร LOS ที่ปรากฏครอบคลุมการจัดทำงบการเงินรวมของบริษัทลูก รวมถึงผลกระทบของงบรวมต่อการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน วิชาพื้นฐานการเงินธุรกิจครอบคลุมงบประมาณลงทุนกับเกณฑ์ตัดสินใจ เช่น ระยะเวลาคืนทุน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ และอัตราผลตอบแทนภายใน ต้นทุนเงินทุนและต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ความเสี่ยงทางธุรกิจกับความเสี่ยงทางการเงิน ระดับภาระผูกพันจากการดำเนินงานและทางการเงิน นโยบายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการจัดการเงินทุนหมุนเวียน
กลุ่มวิชาที่ 3: วิชาตราสารทุนเป็นวิชาน้ำหนักสูงสุด ครอบคลุมลักษณะตราสารทุนและผลตอบแทนความเสี่ยง โครงสร้างตลาดตราสารทุนและกลไกการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานแบบ 3-step process การวิเคราะห์ปัจจัยมหภาคและอุตสาหกรรม การวิเคราะห์บริษัท การจัดทำประมาณการทางการเงิน และการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญด้วยวิธีคิดลดเงินปันผล วิธีกระแสเงินสดอิสระ และวิธีกำไรคงเหลือ รวมถึงการเปรียบเทียบวิธีคิดลดกระแสเงินสดแบบต่าง ๆ
ข้อจำกัดที่ควรรู้: วิชาตราสารหนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า กองทุนรวม และการบริหารกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน ปรากฏในโครงสร้างหลักสูตรและมีน้ำหนักรวมราว 34–42% ของข้อสอบ แต่รายละเอียด LOS ของวิชาเหล่านี้ไม่ปรากฏเต็มในตัวอย่างเอกสารที่บทความนี้ตรวจสอบ ให้ดาวน์โหลดเอกสาร LOS ฉบับเต็มจากเว็บไซต์ SET เพื่อวางแผนอ่านสี่วิชานี้ให้ครบ
- จรรยาบรรณ: อ่านคู่กับตัวอย่างสถานการณ์ เพราะ LOS กำหนดให้ประยุกต์ใช้มาตรฐาน ไม่ใช่ท่องจำข้อความ
- GIPS: เน้นข้อกำหนดการคำนวณ การสร้าง Composite และการเปิดเผยข้อมูล
- พื้นฐานการเงินธุรกิจ: ฝึกคำนวณ NPV, IRR, WACC และระดับภาระผูกพันให้คล่องมือ
- ตราสารทุน: เชื่อมห่วงโซ่การวิเคราะห์เศรษฐกิจ–อุตสาหกรรม–บริษัท ไปจนถึงการเลือกวิธีประเมินมูลค่า
- ตราสารหนี้และอนุพันธ์: ดาวน์โหลด LOS ฉบับเต็มก่อนวางแผน เพราะน้ำหนักรวมสูงแต่รายละเอียดไม่ปรากฏในเอกสารที่ตรวจแล้ว
แบบฝึกหัด: จับคู่กระแสเงินสดกับอัตราคิดลด
แบบฝึกหัดต่อไปนี้ฝึกการเลือกอัตราคิดลดให้ถูกคู่กับชนิดของกระแสเงินสดในการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญ ลองทำเองก่อนดูเฉลย
ทักษะนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของวิชาตราสารทุนในเอกสาร LOS ซึ่งกำหนดให้เปรียบเทียบวิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วยการคิดลดกระแสเงินสดรูปแบบต่าง ๆ แบบฝึกหัดนี้ให้กระแสเงินสดและอัตราคิดลดหลายชุด เพื่อให้คุณเลือกคู่ที่สอดคล้องกันก่อนคำนวณ
แบบฝึกหัด
บริษัทสมมติ A กำลังถูกประเมินมูลค่าด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ข้อมูลที่ให้: กระแสเงินสดอิสระของบริษัท (FCFF) ปีถัดไปคาดการณ์ 100 ล้านบาท อัตราเติบโตตลอดกาล 3% ต่อปี ต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเงินทุน (WACC) 8% และต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 11% ข้อ ก. มูลค่ากิจการโดยใช้ FCFF คือเท่าใด ข้อ ข. ถ้าโจทย์เปลี่ยนเป็นให้กระแสเงินสดอิสระของผู้ถือหุ้น (FCFE) จำนวนเท่ากัน คุณต้องคิดลดด้วยอัตราใด และเพราะเหตุใด
ดูเฉลย
ข้อ ก. มูลค่ากิจการ = 100 ÷ (0.08 − 0.03) = 2,000 ล้านบาท เพราะโจทย์ระบุว่า 100 ล้านบาทเป็นกระแสเงินสดของ 'ปีถัดไป' แล้ว จึงไม่ต้องคูณ 1.03 เพิ่ม ข้อ ข. ต้องคิดลด FCFE ด้วยต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 11% ไม่ใช่ WACC เพราะ FCFE คือกระแสเงินสดที่เหลือสำหรับผู้ถือหุ้นเท่านั้น
ใช้สูตรการเติบโตคงที่: มูลค่า = CF₁ ÷ (r − g) เมื่อ CF₁ คือกระแสเงินสดปีถัดไปและ r ต้องมากกว่า g ข้อ ก. FCFF เป็นกระแสเงินสดของผู้ให้ทุนทั้งหมด ทั้งเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้น จึงต้องคิดลดด้วย WACC 8% และเนื่องจากโจทย์ให้ตัวเลขปีถัดไปมาแล้ว มูลค่า = 100 ÷ (0.08 − 0.03) = 2,000 ล้านบาท ข้อ ข. FCFE คู่กับต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 11% เพราะเป็นกระแสเงินสดหลังหักภาระที่เกี่ยวกับเจ้าหนี้ ถ้าโจทย์ให้ FCFE ปีถัดไป 100 ล้านบาท มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น = 100 ÷ (0.11 − 0.03) = 1,250 ล้านบาท ทางเลือกที่ดูน่าเชื่อแต่ผิดมีสองแบบ แบบแรกคูณ 100 × 1.03 ก่อนคิดลด ได้ 2,060 ล้านบาท เพราะเติบโตกระแสเงินสดซ้ำสองครั้งทั้งที่โจทย์ให้ CF₁ มาแล้ว แบบที่สองหาร FCFF ด้วย 11% ได้ 1,250 ล้านบาท เพราะจับคู่กระแสเงินสดของผู้ให้ทุนทั้งหมดกับต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น หมายเหตุ: โจทย์นี้เป็นตัวอย่างฝึกที่จัดทำขึ้นเองเพื่อการเรียน ตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริง และไม่ใช่ข้อสอบที่เคยออก
แผนเตรียมตัวและข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
วางแผนอ่านตามน้ำหนักวิชา ทิ้งระยะเวลาให้วิชากลุ่มที่ 3 มากที่สุด และหมั่นทำโจทย์ปรนัยจับเวลา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือละเลยกลุ่มจรรยาบรรณ อ่าน LOS ไม่ครบในวิชาน้ำหนักสูง และไม่ฝึกบริหารเวลาให้ไหวกับ 180 ข้อ
ข้อสอบ 180 ข้อใน 5 ชั่วโมง ให้เวลาเฉลี่ยประมาณ 100 วินาทีต่อข้อ หากไม่นับเวลาพักระหว่างสองช่วง การฝึกทำโจทย์ 4 ตัวเลือกจับเวลาแยกช่วง ตามสัดส่วนข้อจริง จึงเป็นแนวทางฝึกที่สมเหตุสมผล แม้จะไม่ใช่ข้อกำหนดของผู้จัดสอบ
ลำดับการอ่านที่แนะนำ (เป็นคำแนะนำการเรียน ไม่ใช่ข้อบังคับ): เริ่มจากกลุ่มวิชาที่ 2 เพราะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่กลุ่มวิชาที่ 3 ใช้ต่อ จากนั้นลงลึกกลุ่มวิชาที่ 3 โดยเริ่มวิชาตราสารทุนน้ำหนักสูงสุด แล้วไล่ไปตราสารหนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า กองทุนรวม และการบริหารกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน ปิดท้ายด้วยกลุ่มวิชาที่ 1 แต่ให้ทบทวนจรรยาบรรณซ้ำอีกรอบก่อนวันสอบ เพราะเป็นเกณฑ์ผ่านแยก
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงมีสามข้อ ข้อแรกคือประเมินกลุ่มจรรยาบรรณต่ำเกินไป น้ำหนักรายวิชา 4–6% ทำให้ดูเล็ก แต่การพลาดเกณฑ์ 70% ของกลุ่มนี้ทำให้ไม่ผ่านทั้งฉบับแม้คะแนนรวมจะเกิน ข้อที่สองคืออ่านเฉพาะวิชาที่คุ้นเคย เช่น การวิเคราะห์งบการเงิน แล้วปล่อยตราสารหนี้กับอนุพันธ์ที่รวมกันมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน ข้อที่สามคือท่องสูตรโดยไม่จำเงื่อนไขการใช้ อย่างแบบฝึกหัดในหัวข้อก่อนหน้า การคำนวณถูกแต่จับคู่ผิดให้คำตอบที่คลาดไปมาก แบบฝึกหัดฟรีของเว็บไซต์นี้ช่วยฝึกจุดนี้ได้ โดยฝึกเขียนเหตุผลการเลือกวิธีกำกับทุกข้อ
- ดาวน์โหลด LOS ฉบับเต็มจาก SET แล้วจัดรายการอ่านให้ครบทั้ง 11 วิชา
- จัดสรรเวลาอ่านตามน้ำหนัก: ตราสารทุนมากที่สุด ตามด้วยตราสารหนี้และอนุพันธ์
- ฝึกโจทย์ปรนัยจับเวลา แยกช่วงเช้า 100 ข้อ และบ่าย 80 ข้อ
- ทบทวนจรรยาบรรณและ GIPS อย่างน้อยสองรอบก่อนวันสอบ
- ตรวจเงื่อนไขการใช้สูตรทุกครั้งที่ทำโจทย์ ไม่ใช่แค่ตรวจตัวเลข
หลังผ่านการทดสอบ: เส้นทางต่อยอดและการใช้ผลสอบกับคุณวุฒิ IC
ผ่านระดับ Foundation ได้คุณวุฒิ AISA และสามารถใช้ผลสอบ CISA ระดับ 1 ขึ้นไปขอความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุน (IC) ตราสารทั่วไปหรือตราสารซับซ้อนได้ ภายใต้เงื่อนไขของ ก.ล.ต. ที่ต้องตรวจสอบฉบับปัจจุบันเสมอ
คุณวุฒิ AISA เป็นผลจากการทดสอบของ SET ไม่ใช่การได้รับความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนโดยอัตโนมัติ การขอความเห็นชอบเป็น IC อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งมีตารางคุณสมบัติและเงื่อนไขของตัวเอง
สรุปหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ระบุว่าผู้ที่ใช้ผลสอบหลักสูตร CISA ระดับ 1 ขึ้นไป หรือ CFA ระดับ 1 ขึ้นไป หรือ FRM, CFP สามารถนำผลสอบไปขอความเห็นชอบเป็น IC ตราสารทั่วไปหรือ IC ตราสารซับซ้อนได้ โดยผลสอบต้องไม่เกิน 2 ปี ในวันที่ยื่นคำขอ กรณีใช้ผลสอบ CFA, FRM หรือ CFP ที่เป็นหลักสูตรต่างประเทศ ต้องมีผลสอบความรู้ด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและการให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมเพิ่มด้วย
เส้นทางวิชาชีพที่เป็นไปได้หลังผ่านระดับ Foundation คือทำงานสายนักวิเคราะห์การลงทุนหรือผู้แนะนำการลงทุนตามกลุ่มเป้าหมายที่ SET ระบุ และทดสอบต่อระดับ Advanced เพื่อรับคุณวุฒิ CISA เต็ม เงื่อนไขการขอความเห็นชอบ IC และการยกเว้นหลักสูตรอื่นมีการปรับปรุงเป็นครั้งคราว ให้ตรวจสอบจากหน้าสรุปหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และหน้าหลักสูตรของ SET ก่อนตัดสินใจเสมอ บทความนี้ไม่อ้างสิทธิ์การจ้างงานหรือผลตอบแทนใด ๆ จากคุณวุฒินี้
เอกสารอ้างอิง: ก.ล.ต.: สรุปหลักเกณฑ์ผู้แนะนำการลงทุน/ผู้วางแผนการลงทุน — https://www.sec.or.th/TH/Pages/LAWANDREGULATIONS/INVESTMENTCONSULTANTSUMMARY.aspx/1000; เกี่ยวกับคุณวุฒิ CISA — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — https://www.set.or.th/th/education-research/education/professional/cisa/certificate-cisa; SET: CISA Foundation learning outcomes, February 2026 (คู่มือทดสอบหลักสูตร CISA ใหม่ ระดับ Foundation Knowledge และ LOS) — https://media.set.or.th/set/Documents/2026/Feb/LOS_CISA-Foundation.pdf
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มเตรียมตัว
ยืนยันข้อมูลจากเอกสารทางการสามฉบับ: หน้าคุณวุฒิ CISA ของ SET เอกสาร LOS ระดับ Foundation และหน้าสรุปหลักเกณฑ์ IC ของ ก.ล.ต.
ข้อมูลที่บทความนี้ยืนยันได้คือรูปแบบข้อสอบ จำนวนข้อ ระยะเวลา เกณฑ์ผ่าน น้ำหนักเนื้อหา และรอบการสอบ ซึ่งมาจากคู่มือทดสอบและเอกสาร LOS ของ SET ข้อมูลที่ยังไม่ได้ยืนยันคือค่าธรรมเนียมสอบ กำหนดการรอบล่าสุด และเงื่อนไขสมัครฉบับปัจจุบัน ให้คุณตรวจจากแหล่งทางการด้วยตนเองตามเช็กลิสต์ด้านล่าง
- ดาวน์โหลดคู่มือทดสอบและเอกสาร LOS ระดับ Foundation จากเว็บไซต์ SET
- ตรวจค่าธรรมเนียม กำหนดการสอบ และวิธีสมัครจากหน้าหลักสูตร CISA ของ SET
- วางแผนอ่านครบ 11 วิชาตามน้ำหนัก โดยเก็บกลุ่มจรรยาบรรณให้ถึงระดับผ่าน 70% แยก
- ฝึกโจทย์ปรนัยจับเวลาให้ไหวกับ 180 ข้อใน 5 ชั่วโมง
- ถ้าเป้าหมายคือความเห็นชอบเป็น IC ตรวจตารางคุณสมบัติและอายุผลสอบจากหน้าสรุปหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต.
เอกสารอ้างอิง: SET: CISA Foundation learning outcomes, February 2026 (คู่มือทดสอบหลักสูตร CISA ใหม่ ระดับ Foundation Knowledge และ LOS) — https://media.set.or.th/set/Documents/2026/Feb/LOS_CISA-Foundation.pdf; ก.ล.ต.: สรุปหลักเกณฑ์ผู้แนะนำการลงทุน/ผู้วางแผนการลงทุน — https://www.sec.or.th/TH/Pages/LAWANDREGULATIONS/INVESTMENTCONSULTANTSUMMARY.aspx/1000
เอกสารอ้างอิง
ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว:
